ขายสินค้า

posted on 18 Jun 2016 11:46 by kanyanat2546

1.เสื้อคู่ embarassed

    เสื้อคู่รัก เสื้อคู่ สไตล์สดใสน่ารัก สำหรับเป็นซื้อให้เป็น "ของขวัญ" ในโอกาสพิเศษๆสำหรับ คู่รัก แฟน หรือใครที่กำลังจะ แต่งงาน ด้วยงานตัดเย็บเสื้อที่มี คุณภาพ ดีไซน์และทรงเสื้อสวย ลายเสื้อความหมายดีๆ Package น่ารัก เนื้อผ้าดีกว่าในราคาที่ถูกกว่าที่อื่น
"ใครที่มองหาเสื้อคู่น่ารักๆใส่คู่กันกับคนพิเศษ เนื้อผ้าคุณภาพเดียวกับเสื้อแบรนเนมด์ ลองชมในเวบของเรา รับรองว่าซื้อเสื้อเราไปแล้วไม่มีผิดหวังแน่นอน"
เสื้อคู่ LOVERCORNER ผลิตจากผ้า COTTON 100% INTERLOCK เนื้อผ้าคุณภาพดี เนื้อนุ่มใส่สบายให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม

ที่มา:http://www.lovercorner.com

 

         ที่มา:daily.rabbit.co.th                                                 ที่มา: www.umarin.com  

 

2.รองเท้าผ้าใบแฟชั่น smile

      ขายรองเท้าผ้าใบ รองเท้าผ้าใบ รองเท้าผ้าใบผู้หญิง รองเท้าผ้าใบผู้หญิงราคาถูก รองเท้าผ้าใบแฟชั่น รองเท้าผ้าใบส้นสูง รองเท้าผ้าใบเกาหลี รองเท้าผ้าใบราคาถูก รองเท้าผ้าใบผู้หญิงราคาถูก รองเท้าผ้าใบสวยๆ รองเท้าผ้าใบ พร้อมส่ง รองเท้าผ้าใบแฟชั่นผู้หญิง รองเท้าผ้าใบแฟชั่นราคาถูก รองเท้าผ้าใบแฟชั่นเกาหลี รองเท้าผ้าใบมีส้น รองเท้าผ้าใบแฟชั่น พร้อมส่ง รองเท้าผ้าใบผู้หญิง พร้อมส่ง รองเท้าผ้าใบเกาหลี พร้อมส่ง รองเท้าลําลองผู้หญิง รองเท้าลำลอง รองเท้าผ้าใบผู้หญิงแฟชั่น รองเท้าผ้าใบเกาหลี ราคาถูก รองเท้าผ้าใบแนวๆ

ที่มา:http://www.shoes-doodee.com

             

    ที่มา:market.kapook.com       ที่มา:www.whitehouse99.com       ที่มา:www.upcute.com   

 

 

3.ไอศครีม yell

ไอศครีม Ice cream shop ธุรกิจน่าลงทุนที่ยังคงมีอัตราการขยายตัวเป็นอย่างดี และยังเป็นธุรกิจมาแรงรับร้อนทั้งปีของประเทศไทยเรา ลักษณะของแฟรนไชส์ไอสครีมมีให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นไอติมโบราณ ไอศครีมผัด ไอศครีมรถเข็น หรือจะเป็นร้านไอศครีมนั่งสบายๆ ก็มีให้เลือกกันหลายแบรนด์ หากมีทำเลดีๆ ตามหน้าโรงเรียน แหล่งชุมชน หรือแม้แต่ตามห้างสรรพสินค้า ก็นำมาพิจารณาลงทุนตามความชอบ ตามความเหมาะสมกันได้ และที่สำคัญควรทำการคิดวิเคราะห์ทำเลและการลงทุนให้รอบคอบ 

ที่มา:http://www.franchisedd.com

           

ที่มา:www.painaidii.com              ที่มา:pantip.com                           ที่มา:www.oknation.net

 

edit @ 21 Jun 2016 10:37:17 by Fresh

สิ่งที่ได้จากวิชานี้

posted on 18 Jun 2016 10:41 by kanyanat2546

       1.ได้รู้จักแหล่งการสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเว็ปไซด์ทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้น smile

 ทำให้เราได้เรียนรู้การนำไฟล์ขึ้น การบันทึกไฟล์ต่างๆ และทำให้เราได้พบเจอกับเพื่อนๆหรือพี่ๆที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษาเหมือนกัน และได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งความรู้บางอย่างเราก็ยังไม่ทราบมาก่อน นั่นทำให้เราได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นและโลกทรรศน์ของเราก็กว้างขวางมากยิ่งขึ้นด้วย และเว็ปthailis ซึ่งเป็นเว็ปของสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบค้นข้อมูลการวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท ทำให้ข้าพเจ้าสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการทำวิจัยได้ง่ายขึ้น

       2. การได้ทำงานกลุ่มร่วมกัน ทำให้เกิดการกระจายงาน(แบ่งงานกันทำ)และทำให้รู้จักกันมากขึ้น เกิดความสามัคคีกันในกลุ่มมากยิ่งขึ้น surprised

        การpresentงานของแต่ละกลุ่มทำให้ข้าพเจ้าได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะแต่ละกลุ่มที่ได้รับงานไปทำนั้น หัวข้อของแต่ละกลุ่มย่อมแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มที่ทำเกี่ยวกับE-bookซึ่งน่าสนใจมากๆเพราะมีการนำเอาการปฏิบัติจริงมาให้ดูด้วย ทำให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้นและทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าE-bookแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร ส่วนกลุ่มของข้าพเจ้าก็ทำเกี่ยวกับโปรแกรมProShow Gold  ทำให้ทราบเกี่ยวกับลูกเล่นต่างๆของโปรแกรมนี้มากยิ่งขึ้น

           3. ได้รู้เกี่ยวกับโปรแกรมบางโปรแกรมที่ไม่เคยได้ใช้มาก่อน wink เช่นโปรแกรม Picasa3 ซึ่งเป็นโปรแกรมเกี่ยวกับการจัดเก็บรูปภาพ การตกแต่งรูปภาพ ซึ่งโปรแกรมนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้ปรับแก้รูปที่ตาแดง หรือบางรูปที่ไม่สวย โปรแกรมนี้ก็สามารถทำให้รูปของข้าพเจ้าออกมาสวยได้ ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงที่แนะนำโปรแกรมดีๆให้แก่ข้าพเจ้า  และอีกโปรแกรมที่สำคัญและจำเป็นสำหรับข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ โปรแกรม Mindjet MindManager เพราะโปรแกรมนี้สามารถนำไปประยุกต์กับการเรียนการสอนของข้าพเจ้าได้ ทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเวลานำไปสอนเด็กๆที่โรงเรียน และย่นระยะเวลาในการสอนได้อีกด้วย เพราะข้าพเจ้าไม่ต้องใช้เวลาไปเขียนบนกระดานก็สามารถเปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็ฉายผ่านโปรเจ็กเตอร์ให้เด็กๆดูได้และทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น 

ที่มา:www.l3nr.org

 

ที่มา:parkchanyoel.exteen.com

edit @ 18 Jun 2016 12:57:45 by Fresh

ประเพณีและวัฒนธรรมไทย

posted on 18 Jun 2016 10:13 by kanyanat2546

     1.ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ innocent

       ประเพณีการแห่ผ้าผืนยาวขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรวิหารของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนชาวนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงถือปฏิบัติสืบต่อกันมาหลายชั่วคน ด้วยความเชื่อที่ว่าการห่มผ้ารอบองค์พระบรมธาตุ เปรียบกับได้การบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดิมทีชาวนครศรีธรรมราชจะร่วมกันบริจาคเงินทองเพื่อซื้อผ้ามาเย็บเป็นผ้าผืนยาวเพื่อห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวนครศรีธรรมราชที่มีต่อพระบรมธาตุเจดีย์ที่เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจ

สำหรับกำหนดการแห่ผ้าขึ้นธาตุ จัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง  คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน๓ ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา และวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือวันวิสาขบูชา

โดยจะมีการเตรียมผ้าสำหรับห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ในอดีตผ้าที่ใช้ห่มจะเรียกว่าผ้าพระบฎ ซึ่งเป็นผ้าที่มีการเขียนเรื่องราวพุทธประวัติเอาไว้อย่างสวยงาม แต่ปัจจุบันการทำผ้าพระบฎนั้นหาคนทำยากและมีค่าใช้จ่ายสูง  จึงมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ผ้าขาว ผ้าย้อมฝาด ผ้าแดง แทน ส่วนขนาดของผ้านั้นก็ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน

พิธีการแห่ผืนห่มธาตุ ในสมัยก่อนเจ้าผู้ครองนครและทายาทจะเป็นผู้ทำหน้าที่แห่ โดยจะมีการจัดเตรียมอาหารคาวหวาน เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น จัดรูปขบวนสวยงามหาบคอนไปถวายพระภิกษุสงฆ์ในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีนำกล่าวคำถวายผ้าพระบฎก่อน จากนั้นก็จะแห่ทักษิณาวัตรรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ๓ รอบ แล้วนำผ้าเข้าสู่วิหารพระทางม้า นำผ้าพระบฎขึ้นโอบรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์

ที่มา:xn--k3cpjt9d6a4e.net 

 

       2.ประเพณีตักบาตรเทโว laughing

       ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ซึ่งตรงกับช่วงสิ้นสุดการอยู่จำพรรษาเป็นเวลา ๓ เดือนของภิกษุสงฆ์ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้พอดี  ในทุกๆ ปี พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะถือเอาวันนี้เป็นวันสำคัญ จะร่วมกันทำบุญตักบาตรโดยจัดพิธีเป็นพิเศษกว่าการทำบุญตักบาตรทั่วไป เรียกการตักบาตรครั้งนี้ว่า ตักบาตรเทโว  หรือการถวายบาตรพระภิกษุเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และเป็นการทำบุญทำกุศลอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ บิดามารดา ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เจ้ากรรมนายเวรและเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว

คำว่า เทโว  มาจากคำว่า เทโวโรหณะ หมายถึงการเสด็จลงมาจากเทวโลกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเหตุการณ์หลังจากที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ทรงออกประกาศพระศาสนาไปทั่วชมพูทวีป เสด็จไปโปรดเทศนาพระญาติพระวงศ์ทั้งหลายจนได้ดวงตาเห็นธรรมตามสมควร คงเหลือแต่พระนางสิริมหามายา พุทธมารดาที่สิ้นพระชนม์ไปหลังจากที่มีพระประสูติกาลได้ ๗ วัน องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงดำริจะที่จะขึ้นไปเทศนาแสดงธรรมโปรดแด่พุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเป็นการสนองพระคุณ เป็นเวลา ๑ พรรษา ในพรรษาที่ ๗ หลังจากที่ทรงตรัสรู้ และเสด็จกลับลงมายังโลกมนุษยในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ เมื่อเหล่าเทพบุตร เทพธิดา เทวดานางฟ้า มนุษย์ ภูติผีปีศาจ อสูรกาย ประชาชนทราบข่าวการเสด็จกลับลงมาจากดาวดึงส์ จึงพากันไปเข้าเฝ้าฯ รออยู่ที่เชิงบันไดเพื่อถวายบาตรแด่พระองค์กันอย่างเนื่องแน่น  วัดแต่ละวัดจะอัญเชิญพระพุทธรูปที่คนในชุมชนเคารพนับถือขึ้นประดิษฐานบุษบก พร้อมกับวางบาตรไว้ด้านหน้า จัดเป็นขบวนแห่นำหน้าแถวพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เพื่อรับบาตรจากญาติโยมทั้งหลาย บางวัดที่มีพระพุทธบาทจำลองอยู่บนเขา พระภิกษุสงฆ์จะเดินลงมาตามบันไดเชิงขาเพื่อรับบาตร เสมือนเหตการณ์ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์ลงมาทางบันไดเชิงเขา

ที่มา:xn--k3cpjt9d6a4e.net

 

      3.ประเพณีลอยโคม wink

        ประเพณีหนึ่งที่ชาวล้านนาถือปฏิบัติคู่ไปกับประเพณียี่เป็งก็คือการลอยโคม การลอยโคมของชาวล้านนาเป็นการปล่อยโคมขึนไปสู่ท้องฟ้า แทนการลอยกระทงในลำน้ำอย่างประเพณีของคนภาคกลาง ชาวล้านนาเชื่อว่าการจุดโคมลอย แล้วปล่อยขึ้นฟ้า เป็นการบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ และยังเป็นการปล่อยทุกข์ปล่อยโศก และเรื่องร้าย ให้ออกไปจากตัว

ชาวล้านนาเชื่อกันว่า ในวันประเพณียี่เป็ง ชาวล้านนาที่เกิดปีจอต้องนมัสการพระธาตุแก้วจุฬามณีซึ่งเป็นสถานที่บรรจุมวยผมของเจ้าชายสิทธัตถะที่ปลงออกก่อนจะบวช แต่เนื่องจากเจดีย์นี้เชื่อกันว่าอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ชาวล้านนาที่เกิดปีจอจึงต้องอาศัยโคมลอยปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าแทนเครื่องบูชาพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี

ตัวโคมทำจากกระดาษสาสีสันสวยงาม ติดบนโครงไม้ไผ่ ตรงกลางโคมจะมีตะเกียงติดชนวนสำหรับจุดไฟ  เมื่อจุดไฟที่ตะเกียง ความร้อนจะดันพาโคมลอยให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

         ชนิดของโคมลอยยังสามารถแยกได้เป็น ๒ แบบตามการใช้งานอีกด้วย 

๑ โคมที่ใช้ปล่อยในตอนกลางวัน จะเป็นโคมที่อาศัยควันไฟเข้าไปรวมตัวอยู่ในโคมจนเต็ม ช่วยพยุงให้โคมลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

๒. โคมที่ใช้ปล่อยในตอนกลางคืน โคมชนิดนี้อาศัยความร้อนจากไฟที่ลุกไหม้ไส้โคมที่อยู่ที่ฐานโคม เป็นตัวเร่งให้โคมลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

ปัจจุบันเป็นโคมที่นิยมปล่อยกันมากที่สุด เนื่องจากโคมลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าในตอนกลางคืน แสงไฟจากโคมยังสามารถมองเห็นได้ชัดเจนแต่เดิมประเพณีลอยโคมนี้คนไทยได้รับอิทธิพลมาจากพิธีทางพราหมณ์ที่จะทำการลอยโคมเพื่บูชาเทพเจ้า เมื่อชาวไทยรับเอาอิทธิพลของพราหมณ์เข้ามา จึงนำพิธีลอยโคมมาใช้สำหรับบูชาพระบรมสารีริกธาตุ บูชาพระพุทธบาท ณ ริมหาดแม่น้ำนัมฆทานที ในประเทศอินเดียในคืนวันลอยกระทง หรือประเพณียี่เป็งของชาวล้านนา ซึ่งในคืนยี่เป็งของจังหวัดทางภาคเหนือ ท้องฟ้าจงสว่างไสวไปด้วยแสงจากโคมลอยที่ชาวล้านนาจุดขึ้นและปล่อยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจสำหรับผู้ที่พบเห็นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยและช่างต่างชาติ

 ที่มา:http://xn--k3cpjt9d6a4e.net

 

 

    

 

 

 

 

edit @ 18 Jun 2016 10:20:04 by Fresh